


ฟุตบอลประเพณีระหว่างชาวไทยในคาลิฟอร์เนีนยภาคเหนือ และ ภาคใต้ |
พี่ชัชวาลฯ หรือที่ผมเรียกแกว่า พี่ชัชฯด้วยความรักและ เคารพซึ่งได้จากวงการฟุตบอลและกิขกรรมต่างๆ ของชาวไทย ในรัฐคกลิฟอร์เนียเมื่อสองปีที่ผ่านมากับได้สร้างประวัติศาสตร์ การดวดเหล้าเป็นที่เลื่องลือมาครั้งหนึ่งเมื่อปี พ.ศ.๒๕๔๒ ซึ่งทาง ลอสแอนเจลีสเป็นเจ้าภาพ ครั้งนั้นนับเป็นครั้งแรกที่ผมได้พบและพูดคุยกับพี่ชัชฯทั้งๆที่ก็ได้ ชื่นชมกับข้อเขียนของแกอย่างเงียบๆมาตลอด คืนวันเสาร์ก่อนวันแข่งขันผมกับพี่ชัชและเพื่อนๆพี่ๆทั้งจากทาง ซาน ฟรานซิสโกและจากลอสแอนเจลีสเจ้าภาพได้นั้งโตัเหล้ากัน และพวกเรานั้งคุยกันจนเกือบสว่าง และ เมื่อทุกคนลาเข้านอน เพื่อที่จะได้เตรียมตัวลงเล่นฟุตบอลในวันอาทิตย์ก็คงเหลือแต่ พี่ชัชกับผมที่นั้งคุยกันจนสว่างก่อนที่พี่ชัชฯจะโทรศัพท์ไปปลุก พี่ผู้หญิงที่บ้านให้ช่วยขับรถพาผมกับแกไปทานต้มกระเพาะปลา ที่ ไทยทาวน์ หลังจากทานกระเพาะปลาเสร็จและส่งผมกลับที่พักแล้วพี่ชัชก็ได้ ลากลับบ้านไปอาบน้ำเพื่อที่จะเตรียมตัวไปทำข่าวที่สนามแข่งขัน ในขณะทีผมก็อาบน้ำเพื่อเตรียมตัวไปเล่นฟุตบอลโดยไม่ได้นอน เลยหลังจากขับรถลงไปจาก ซาน ฟรานซิสโก สำหรับการคุยกันระหว่างผมกับพี่ชัชฯในคืนนั้นนับว่าสนุกมาและ ทำให้หลายๆท่านที่นั่งร่วมวงอยู่สนุกไปด้วยเพราะเราคุยกันถึง เรื่องราวต่างๆตั้งแต่สังคม(ที่เมืองไทยสมัยก่อนๆ) ไปจน วรรณคดีไทย และวิวัฒนาการทางสังคมของคนไทยในสหรัฐฯ ที่เราได้นำมากระแนะกระแหนเพื่อความสนุกของการสนทนา ฮาเฮ การสนทนาระหว่างผมกับที่ชัชฯได้มีรุ่นน้องคนหนึ่งคือคุณนิวัติ นาคะสิงห์นั่งฟังและร่วมเสริมให้การสนทนามีรสชาติขื้นเพราะ น้องเขาก็เป็นคนหนึ่งที่มีความรู้ในด้านการพัฒนาทางสังคม การเมือง และ วรรณคดี ที่จัดว่าอยู่ในขั้นไปด้วยกันได้ทีเดียว จากการนั้นมาผมก็ได้พบกับพี่ชัชฯในงานฟุตบอลประเพณีมา ตลอดโดยมีครั้งหนึ่งที่ผมนั่งเครื่องบินไปพี่ชัชกับพี่ผู้หญิงแกก็ขับร พไปส่งผมที่สนามบินเมืองเบอร์แบงค์ ครั้งสุดท้ายที่ผมกับพี่ชัชได้นั่งดื่มและสนทนากันก็เมื่อการแข่งขัน ฟุตบอลประเพณีครั้งที่ 49 ที่ลอส แอนเจลลีส ซึ่งปิดท้ายด้วยการ ไปทานข้าวตัมที่ร้านสนามหลวงสักประมาณตีห้าเห็นจะได้ เมื่อหวลระลึกกถึงการพี่ชัชฯได้จากพวกเราไปอย่างกระทันหัน ในขณะที่แกกำลังพากละครไทยอยู่ก็ยิ่งเสมือนเป็นการย้ำความ ซาบซึ่งของบทสนทนาที่เกี่ยวข้องกับบทประพันธ์ของวรรณดีไทย ในคืนวันนั้น .........................c |
| สำหรับผมแล้วฟุตประเพณีฯจะมีพี่ชัชเสมอ |
กีฬาประเพณีระหว่างชาวไทยในรัฐคาลิฟอร์เนียภาคเหนือและภาคใต้ได้เกิดขึ้นครั้งแรก ในปี พ.ศ.๒๔๙๙ โดยได้กำหนดให้มีขึ้นในวัน Memorial Day ของแต่ละปีและได้มีการ กำหนดภาคเหนือกับภาคใต้สลับกันเป็นเจ้าภาพ เดิมทีการแข่งขันกีฬางานนี้ได้ถูกเรียกว่า "กีฬาประเพณี" เพราะมีกีฬารวมอยู่ หลายประเภทด้วยกัน อาทิ ปิงปอง แบดมินตั้น เทนนิส กอล์ฟ เซปัคตะกร้อ วอลเลย์บอล บาสเก็ตบอล และ ฟุตบอล (soccer) กีฬาประเพณีของแต่ละปีในอดิตจะจบลงด้วยการแจกถ้วยรางวัลให้กับผู้ชนะใน กีฬาแต่ละประเภทในงานเลี้ยงรับรองโดยจะมีการประกาศว่าภาคเหนือหรือ ภาคใต้เป็นฝ่ายชนะจากการนับถ้วยรวม สำหรับการแข่งขันครั้งแรกของกีฬาประเพณีนั้นจากปากคำของผู้อาวุโสหลาย ท่านที่ผมได้พูดคุยด้วยเมื่อประมาณยี่สิบกว่าปีที่แล้วได้เล่าให้ฟังว่าเริ่มมาจาก การพบปะสังสรรค์ะกันระหว่างนักศึกษาไทยที่ได้ศึกษาอยู่ที่มหาวิทยาลัย คาลิฟอร์เนียแห่งเมืองเบิร์กลี่ย์ (University of California at Berkeley) ซึ่งอยู่ ในภาคเหนือของรัฐคาลิฟอร์เนียกับนักศึกษาไทยที่ได้ศึกษาอยู่ที่มหาวิทย าลัยคาลิฟอร์เนียแห่งเมืองลอสแอนเจลีส (University of California at Los Angeles) โดยเริ่มจากการแข่งขันเพี่ยงเทสนิสเท่านั้นเนื่องจากจำนวนนักกีฬาที่จำกัด ต่อมาเมื่อมีนักศึกษาไทยและชาวไทยที่พำนักอยู่ในภาคใต้หรือแถบลอสแอนเจลีส และ ตอนเหนือของรัฐฯโดยเฉพาะในแถบอ่าวซาน ฟรานซิสโก (San Francisco Bay Area) เพิ่มมากขึ้นกีฬาประเพณีก็เริ่มมีความคึกคักมากขึ้นมาตามลำดับ ระหว่างปี ค.ศ. 1982 - 1992 นับได้ว่าเป็นยุคที่รุ่งโรจน์ที่สุดของกีฬาประเพณีระหว่างชาวไทยในรัฐคาลิฟอร์เนีย ภาคเหนือและภาคใต้ทั้งผู้เข้าร่วมการแข่งขันกีฬาประเภทต่างๆและผู้สนับสนุนโดยมี อยู้ครั้งหนึ่งได้มีการจัดการแข่งขันโดยการใช้สนามกีฬาที่ดีที่สุดในเมืองซาน ฟรานซิสโก คือ Kezar Stedium เป็นสนามในการแข่งขันฟุตบอล และ ได้ใช้ Kezar Pavilion สำหรับ การแข่งขันบาสเก็ตบอล อนึ่ง Kezar Pavilion ในอดีตเป็นสนามบ้านของบาสเก็ตบอลอาชีพ ซาน ฟรานซิสโก Golden State Warriors ก่อนที่จะย้ายข้ามอ่าวไปอยู่ที่เมือง Oakland สำหรับ Kezar Stadium ในอดีตก็เป็นสนามของทีมอเมริกันฟุตบอล San Francisco 49ers ก่อนที่ทีมจะย้ายไปเล่นที่ Candle Stick Park หรือที่เรียกกันว่า Monster Park ในปัจจุบันนี้อีกด้วย ผมเองได้เข้าร่วมการแข่งขันกีฬาประเพณีฯครั้งแรกเมื่อปี ค.ศ. ๑๙๘๓ ดยผมได้ลงแข่ง ในกีฬาสองประเภทด้วยกัน คือ เซปัคตะกร้อ และ ฟุตบอล ในสมันนั้นนักฟุตบอลของภาคเหนือจะทำการฝึกซ้อมกันทุกวันอาทิตย์โดยจะเริ่มทำการ ฝึกซ้อมกันประมาณกลางเดือนกุมภาพันธ์ที่สนาฟุตบอลของโรงเรียนมัธยมที่ชื่อว่า George Washington High School ในเมืองซาน ฟรานซิสโก สิ่งที่ประทับใจที่สุดในช่วงนั้นก็คือการทีจะมีร้านอาหารไทยทั้งในเมืองซาน ฟรานซิสโก และ เมืองใกล้เคียงผลัดเปลี่ยนกันนำอาหารมาเลี้ยงนักกีฬาทุกวันอาทิตย์ การนำอาหารมาเลี้ยงนักกีฬาในวันซ้อมนั้นได้เลิกทำกันไปนานแล้วคงเหลือไว้แต่ความ ทรงจำที่ฝังใจสำหรับอดีตนักกีฬาของยุคนั้นอย่างผมกับสังคมเล็กๆของชาวไทยใน ซาน ฟพรานซิสโก เบย์ แอเรียในขณะนั้นที่ถ้อยทีถ้อยอาศัยช่วยเหลือเกื้อกูลซึ่งกัน แบบไทยๆที่ยากต่อการเรียกร้องให้คืนมาได้เท่านั้น เนื่องจากนักฟุตบอลของภาคเหนือที่เคยได้ลงซ้อมทุกวันอาทิตย์ในช่วงนั้นในขณะนี้คง เหลือแต่ผมเพียงคนเดียวทำให้อดที่จะเห็นใจน้องๆนักกีฬาในปัจจุบันที่ไม่มีโอกาสได้ สัมผัสกับบรรยากาศของแรงสนับสนุนจากชุมชนไทยใน ซาน ฟรานซิสโก เบย์ แอเรีย ดังที่ผมได้สัมผัสมา .......................... |
| ฟุตบอลประเพณีในความทรงจำ ของ นักเตะนิรนาม |
| ฟุตบอลประเพณีในความทรงจำ ของ นักเตะนิรนาม |
Living on two frontiers Before I go on and narrate the meaning of the headline, I first should make a confession. I am a soccer coach, and more specifically, a youth soccer coach. There you have it! Most youth don’t know that soccer is also a winter sport. In northern California where I have lived for the past 25 years, youth soccer players who are not interested in basketball or in spending every weekend on the ski slopes find something similar to soccer to do and that is to play futsal. Futsal is derived from Spanish, Futbol Sala, and Portuguese, futebol di Salon, meaning indoor football. This is different from Indoor Soccer where the ball is allowed to bounce off the walls similar to ice-hockey. Futsal is played within the perimeters of the basketball court. It therefore requires more ball handling skills and techniques. I created a Futsal Club for boys and girls ages 8-18 in San Francisco to play and to compete in a league hosted by the Department of Parks and Recreation of the City and County of San Francisco. Our Club is called PFC (The Presidio Futsal Club). In the Boys 10-and-under division, we had a unique situation in the 2008 season. We had two teams. We named them uniquely PFC-Backyard Bandits and PFC-Golden Boys. On Sunday March 2nd, the Golden Boys were scheduled to play at 4pm and the Backyard Bandits were scheduled to play at 5pm. Golden Boys were currently in first place and focused on staying in the top spot since the top two teams in the division will earn a trip to post-season and will play in the championship match at Kezar Pavilion. Golden Boys came into the game with a record of 5 wins, a loss and a tie. Backyard Bandits, on the other hand, were dead last with zero wins. Golden Boys consisted of 4th graders from Lycee' Francais School and are into soccer culture as their parents are French. They did really well in a very intense game against the Aztecs. The Aztecs, as the name indicates, is a team that is made up of predominantly Hispanic kids and came away with another 7-3 victory. If you have been to an intense basketball game, you would understand the cheering, screaming and foot-stamping of spectators. These 9 years old were drawing the same reaction from spectators. So, I was living in a high emotional stage between 4-5pm on this Sunday. Between 5-6pm, however, it was a different story. Backyard Bandits lost their game in a lopsided manner to a potential opponent of the Golden Boys in the Championship match mentioned above. The first frontier as the coach in my situation is that I have the responsibility of taking the Golden Boys to the Promised Land with two regular season games left to play. The second frontier I am staring at is the challenge of coming up with a soothing and acceptable explanation to the Backyard Bandits as to why these two group of boys have gone through the same training but how come they had such different outcomes? After all they were playing against the same teams only at different times. It's the winning frontier and the losing frontier, some may conclude. Wrong! Losing is not part of my collection of terminology, especially when it’s associated with coaching of youth. Backyard Bandits have made significant improvement individually and as a team. They have also been playing against mostly older kids who play soccer year round. It is my responsibility to communicate to the Bandits and to make them proud of the progress the have made. Above all, the way they approach the game with a winning attitude by compete until the final whistle in each of their games. I have lived and will live those two extreme frontiers. The youth I coach must live in two winning frontiers! ............................ |